เตรียม ชง กกร. เพิ่มสินค้าควบคุมใหม่ 12 รายการ เน้นของจำเป็น-เม็ดพลาสติก
เตรียมชง กกร. เพิ่มสินค้าควบคุมใหม่ 12 รายการ เน้นของจำเป็น-เม็ดพลาสติก ย้ำสต๊อกสินค้า เวลานี้ยังเป็นสต๊อกเก่า ห้ามปรับราคา โดยจะเพิ่มเข้มงวดตรวจสอบมากขึ้น พบผิด ไม่ปิดป้ายราคา หลายราย
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เป็นการเร่งด่วน เพื่อออกมาตรการ หรือ ปรับเพิ่มมาตรการกำกับดูแลราคาสินค้าที่อยู่ใน “บัญชีสินค้าควบคุม” 59 รายการ เช่น น้ำมันปาล์มขวด จะเพิ่มมาตรการควบคุมการส่งออก และการรายงานสต๊อกน้ำมันขวด รวมทั้งสินค้าที่จะไปติดตามดูแลใกล้ชิด
นอกจากนี้ จะพิจารณาเพิ่มเติมสินค้าอีก 12 รายการ เข้ามาเป็นสินค้าควบคุม โดยอยู่ในกลุ่มสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน และสินค้าที่ส่งผลกระทบเป็นหลัก อาทิ เม็ดพลาสติก โดยยังต้องรอการพิจารณาของ กกร. ก่อน โดยเฉพาะการเพิ่มเติมสินค้าควบคุม จะต้องเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วย
อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า การเพิ่มมาตรการดังกล่าว จะช่วยให้การกำกับดูแลราคาสินค้าในช่วงวิกฤตมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากสามารถดูแลได้ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตลอดจนช่วยควบคุมการปรับขึ้นราคาสินค้าได้
สำหรับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ จะปรับรูปแบบการจัดมหกรรมธงฟ้าจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด จากเดิมกำหนดจัด 60 ครั้ง ภายใน 1 ปี ให้จัดขึ้นภายในระยะเวลา 4 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเตรียมของบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถจัดกิจกรรมได้ครอบคลุมทั่วประเทศ เช่นเดียวกับโครงการธงเขียวพลัสจำหน่ายปุ๋ยราคาประหยัด ซึ่งปัจจุบันมีงบประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรใน 10 จังหวัด จะมีการของบประมาณเพิ่มเพื่อขยายความช่วยเหลือไปยังเกษตรกรใน 50 จังหวัด ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ปาล์ม และผลไม้
ส่วนการพิจารณาโครงสร้างต้นทุนของแต่ละสินค้า ซึ่งอาจจะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนั้น ได้คำนวณอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทาง โดยจะเน้นจากต้นทาง เช่น โรงงาน และตัวแทนจำหน่ายก่อน โดยเฉพาะสินค้าในชีวิตประจำวัน ได้หารือผู้ประกอบการต่อเนื่อง และเตรียมทำโปรโมชั่นร่วมกันเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม ได้รับการยืนยันยังมีสต๊อกเก่า น่าจะอยู่ได้ไม่ต่ำกว่า 2 เดือน ถึงเดือนพฤษภาคม แต่หากสถานการณ์สู้รบยังยืดเยื้อ ก็จะเน้นการการดูแลโครงสร้างทั้งซัพพลายเชน ให้เป็นธรรมกับทุกภาคส่วน
ส่วนสถานการณ์ปุ๋ย จากการตรวจสอบพบว่า สินค้าในประเทศยังมีเพียงพอใช้ได้ถึงเดือนพฤษภาคม และในช่วงนี้มีการทยอยนำเข้าปุ๋ยจากประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้น จะมีการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการ เพื่อขอทราบข้อมูลสต๊อกปุ๋ยของทุกราย และนำมาบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ขณะที่ สถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มขวด จากปัจจุบัน ผลปาล์ม อยู่ที่ 6.80-7.80 บาทต่อกิโลกรัม ราคาน้ำมันปาล์มดิบ CPO จะอยู่ที่ 39-40 บาท ซึ่งจะเป็นตัวหลักในการคำนวณราคาขายน้ำมันปาล์มขวด ที่ควรจะอยู่ที่ 52-55 บาท แต่น้ำมันปาล์มที่ขายในปัจจุบัน จะต้องเป็นราคาที่คำนวณจากราคาผลปาล์มของเดือนที่แล้ว รวมทั้งการแข่งขันที่สูง บางแห่งมีการจำหน่ายเพียง 42-50 บาท อย่างไรก็ตาม คาดว่า สต๊อกน้ำมันปาล์มที่มีอยู่ถึง 3.4 แสนตัน CPO ประกอบผลผลิตปาล์ม จะออกตั้งเมษายน ทำให้ในเชิงปริมาณผลผลิตจะมีเพียงพอ แม้จะนำไปทำไบโอดีเซลก็ตาม แต่ยังต้องติดตามนโยบายการทำไบโอดีเซล รวมถึงบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่จะเป็นต้นทุนเพิ่ม ที่อาจจะกระทบราคาในอนาคต ให้ขยับขึ้นบ้าง แต่จะหารือทุกภาคส่วนให้อยู่ร่วมกันได้
สำหรับภาพรวมการตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้า ในช่วงวันที่ 1-21 มีนาคมที่ผ่านมา ออกตรวจกว่า 4,178 ครั้ง ในส่วนของสถานีบริการน้ำมัน ทั้งหมด 1,554 สถานี ตรวจหัวจ่ายไปทั้งหมด 33,247 หัวจ่าย โดยพบการกระทำผิด 2 ราย ที่คำรับริงหัวจ่ายหมดอายุ 1 ราย ทั้งหมด 5 หัวจ่าย และกระทำผิดเนื่องจากหัวจ่ายคลาดเคลื่อน 1 ราย 1 หัวจ่าย
ในส่วนการตรวจสอบตามข้อร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 มีการร้องเรียนทั้งหมด 324 เรื่อง มีทั้งสถานีบริการน้ำมัน / ร้านจำหน่ายปุ๋ย รวมถึงค่าครองชีพและอื่นๆ โดยตรวจสอบไปแล้ว 117 คำร้อง พบกระทำผิด 16 ราย ฐานไม่ปิดป้ายแสดงราคา 13 ราย และจำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับราคาที่แสดง อีก 3 ราย ส่วนเรื่องร้องเรียนอีก 207 ครั้ง อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะที่การตรวจสอบของสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เข้าตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน ร้านจำหน่ายปุ๋ย ตลาดและห้างต่างๆ รวม 2,183 แห่ง พบการกระทำผิด 10 ราย ในฐานไม่ปิดป้ายแสดงราคา
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB